| Sxton's profileSxton SpaceBlogLists | Help |
Sxton Space
|
December 19 ถ้า โดราเอมอน ถูกนำมาวาดใหม่? หลังจากที่อ่าน Pluto เล่ม 3 เนื้อหายังเข้มข้นเช่นเคย
อุราซาว่า นาโอกิ หยิบ "เจ้าหนูอะตอม" มาวาดใหม่ครั้งนี้
ถือว่าเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมน่าเก็บ..
ทำให้คิดในใจว่า ถ้าวันหนึ่งมีนักเขียนมือเซียนหยิบเอา
"โดราเอมอน" อีกหนึ่งผลงานอมตะมาวาดใหม่คงจะดีมิ
ใช่น้อย แล้วนักเขียนคนไหนล่ะ? ที่ควรรับโอกาสนั้น
ขณะกำลังคิดไปนั้น สายตาผมก็ไปสะดุดเข้ากับหนังสือ
การ์ตูนอีกเรื่องที่ผมซื้อมาพร้อมๆกับ Pluto เล่ม 3 ซึ่งก็
คือ บันทึกมรณะเล่ม อวสาน.. "เดธโน้ต" อะฮ่า!!
โอบาตะ ทาเคชิ นำ "โดราเอมอน" มาวาดใหม่?
โอบาตะ ทาเคชิ เป็นอีกหนึ่งนักเขียนมือทอง ผู้รังสรรค์
การ์ตูนโด่งดังในไทย ถึง 2 เรื่อง "ฮิคารุ เซียนโกะ" และ
"เดธโน้ต" คือผลงานคุณภาพที่ยืนยันฝีมือของเขาได้เป็น
อย่างดี ทว่า 2 เรื่องที่กล่าวมานั้นมีแนวเรื่อง และเนื้อหา
แตกต่างจาก "โดราเอมอน" โดยสิ้นเชิง...
"ฮิคารุ เซียนโกะ" เป็นเรื่องราวของเด็กหนุ่ม ฮิคารุ ซึ่ง
ค้นเจอ กระดานหมากล้อมโบราณ และได้พบกับวิญญาณ
ที่สิงอยู่ในกระดานนั้น จนถูกชักนำเข้าสู่วงการหมากล้อม
หรือ "โกะ" นั่นเอง
"เดธโน้ต" เป็นเรื่องของเด็กหนุ่มคนหนึ่งซึ่งเก็บบันทึก
แห่งความตายที่ยมทูตทำตกไว้ และนำมันไปใช้พิพากษา
คนชั่ว จนตนเองต้องจมลงสู่ความมืดมิด...
เนื้อเรื่องของทั้ง 2 เรื่องนั้นถูกแต่งขึ้นโดยนักประพันธ์
2 คนที่มาร่วมงานกับเขาเท่านั้น อ.โอบาตะ ไม่ใช่ผู้แต่ง
เรื่องด้วยตนเอง
ลายเส้นการ์ตูนของ อ.โอบาตะ ก็ไม่ถือว่าใกล้เคียงกับ
อ.ฟูจิโอะ ฟูจิโกะ ผู้วาด "โดราเอมอน" แม้แต่นิดเดียว
ลายเส้น อ.โอบาตะ จะเป็นแนวการ์ตูนสมัยใหม่ วาดได้
คล้ายคนจริงๆมากกว่า อ.ฟูจิโอะ ที่เป็นลายเส้นตัวการ์ตูน
สมัยเก่า..
ทำไมถึงคิดว่า อ.โอบาตะ มาวาด "โดราเอมอน" ถึงจะ
เหมาะ? เพราะท่าทาง อ.โอบาตะ จะมือขึ้นกับเรื่องราวที่
มี ตัวละครคอยติดตามพระเอก ละมั้ง?
วาด "ฮิคารุ" ที่มี "ซาอิ" สิงอยู่ ดังเป็นพลุแตก...
วาด "คิระ" ที่มี "ยมทูต" ติดตาม ดังจนเป็นหนังโรง!!!
ถ้าได้วาด "โนบิตะ" ที่มี "โดราเอม่อน" ตามโอ๋ตลอด
สงสัยจะดังจนต้องไปฉายบนดวงจันทร์ XD
แล้วเนื้อเรื่องล่ะ จะเป็นยังไง จะต้องแต่งใหม่รึเปล่า?
ถ้าให้ผู้ร่วมงานเก่าทั้ง 2 ท่านของ อ.โอบาตะมาแต่งให้
คงสนุกดี...พิลึก...
- โดราเอมอน คงไม่ได้มาจากโลกอนาคตอีกต่อไป
- ถ้าไม่ใช่วิญญาณที่สิงลิ้นชักโต๊ะ...
- ก็ต้องมาจากยมโลกผ่านทางลิ้นชักโต๊ะนั้น
- ชอบถือพัดโบกไปมาบ่อยๆ
- และไม่มีใครมองเห็น โดราเอมอน นอกจาก โนบิตะ
- ร้านขายแป้งทอดจะขายไม่ออก..
- แต่แอปเปิ้ลจะขายดีขึ้น (?)
- โนบิตะ อาจจะไม่ใส่แว่น และ หน้าตาสดใส
- อาจจะไว้ผม 2 สีอีกต่างหาก :P
- ความสามารถในการเล่นพันด้ายจะถูกลดลง...
- ทดแทนด้วยความสามารถสุดยอดในการเล่นโกะ
- แถมชอบพูดคนเดียวบ่อยๆ (พูดกับ โดราเอมอน)
- แต่ก็ยังหลับในเวลาเรียนเช่นเดิม... (ซ้อมโกะดึก)
- และยังถูก ไจแอนท์ รังแกเหมือนเดิม...
- โดราเอมอน จะให้ของวิเศษชิ้นแรกเพื่อช่วย โนบิตะ
- ซึ่งเป็น สมุดโน้ตสีดำ เพียงเล่มเดียว??
- เมื่อสัมผัสสมุดโน้ตนั้น โนบิตะ มีแววตาอำมหิตขึ้น
- สมองดีขึ้นจนสูสี เดคิซุงิคุง
- สยบ ไจแอนท์ เพียงแค่จรดปากกาลงบนสมุดโน้ต
- ไจแอนท์ ก็จะไม่มีบทอีกเลย (ตาย)
- ซึเนโอะ ...ไม่ต้องกล่าวถึง (ตายตกตามกัน)
- แถมการ์ตูนเรื่องนี้จะถูกปรับเรทขึ้นไปอีก (ตายเยอะ)
- ชิซึกะจัง ยังผูกผม 2 ข้างเหมือนเดิม..
- แต่จะไปโกรกเป็นสีทอง และหลงโนบิตะโงหัวไม่ขึ้น
- IQ ลดลง แต่จะสวยน่ารักขึ้นจนได้เป็นไอด้อล (!!!)
- ละแวกบ้านโนบิตะ จะมี FBI กับ CIA มาด้อมๆมองๆ
- แต่ไม่นานก็จะหายไป (ตายหมด)
- คุณพ่อของโนบิตะ ไม่ได้เป็นพนักงานบริษัทอีกแล้ว
- แต่เป็นถึงหัวหน้ากองสืบสวนพิเศษของกรมตำรวจ
- โนบิตะ ไม่จำเป็นต้องไปเรียนอีกต่อไป (ฉลาดเกิน)
- วันๆ นั่งเขียนสมุดโน้ตอยู่กับบ้าน (พิพากษาคนชั่ว)
- แต่ก็ต้องไปฝึกที่ร้านเล่นโกะ (หมากล้อม) ทุกวัน..
- แถมต้องสมัครเป็น อินเซย์ ของสมาคมโกะอาชีพ
- เพราะเล่นโกะแพ้ เดคิซุงิคุง ย่อยยับ...
- เดคิซุงิคุง ยังคงฉลาดเฉลียวเช่นเดิม
- เบื้องหลังเป็นถึงนักสืบอันดับ 1 ของโลก
- เล่นโกะก็เก่ง มีคุณพ่อเป็นแชมป์โกะ 5 มงกุฎ
- แต่ชอบนั่งเก้าอี้ท่าประหลาด อดนอนขอบตาคล้ำ...
- ชอบกินของหวานเป็นชีวิตจิตใจ
- ใช้ชื่อปลอม (ริวซากิ) คุยกับ โนบิตะ อีกต่างหาก
- โนบิตะ จะพยายามหาชื่อจริงของ เดคิซุงิคุง
- ในขณะที่ เดคิซุงิคุง สืบจนรู้ว่า โนบิตะ มีอีก 2 ชื่อ
- คือชื่อที่ใช้แข่งโกะทางอินเตอร์เน็ต (Sai)
- กับชื่อที่ใช้ในการพิพากษาโทษคนชั่ว (Kira)
- โดเรมี่ ยังมาจากลิ้นชักโต๊ะเหมือนกับ โดราเอมอน
- แต่จะมีบทบาทมากขึ้น หน้าตาฮาร์ดคอร์ขึ้น
- และไปอยู่กับ ชิซึกะจัง แทน
- ไม่นานก็จะถึงช่วงไคลแม็กซ์ของเรื่อง
- โดราเอมอน จะแข่งโกะกับ คุณพ่อของเดคิซุงิคุง
- ซึ่งต้องเล่นผ่านอินเตอร์เน็ตเท่านั้น..
- โกะกระดานสุดยอดจบลงด้วยชัยชนะของ โดราคุง
- ทุกคนในเรื่องจะกล่าวขวัญถึงโกะกระดานนี้
- แต่ โนบิตะ กลับเป็นคนแรกที่แก้ทางหมากได้...
- โดราเอมอน เริ่มตระหนักถึงการคงอยู่ของตนเอง
- จากนั้นไม่นาน โดราเอมอน จะหายไป (ไปเกิด) - โดเรมี่ ก็จะหายไป... (ตาย)
- เดคิซุงิคุง ก็จะหายไปเช่นกัน (โดนโดเรมี่เก็บ)
- โนบิตะ จะแสร้งเสียใจ แต่แอบดีใจอยู่ลึกๆ...
- และแล้ว ยุคของ Kira ก็มาถึง...
- จบภาค 1
- ภาค 2 จะถูกวาดหลังจากนั้นไม่นาน..
- โนบิตะ เติบโตขึ้นและเข้าทำงานในกรมตำรวจ
- เป็นตัวแทนญี่ปุ่นไปแข่งโกะนานาชาติกับเกาหลี
- แต่งงานกับ ชิซึกะจัง ที่เป็นดาราดัง
- เบื้องหลังช่วยกันพิพากษาคนชั่วอย่างลับๆ
- มีผู้สืบทอดของ เดคิสุงิคุง 2 คนไล่ล่า Kira ต่อไป
- ที่สำคัญคือ ภาค 2 ความสนุกจะลดลง... (ฮา)
November 29 OK ย่อมาจาก?เกือบไม่มีเรื่องไร้สาระให้เขียนถึงซะแล้ว...
วันนี้กลับบ้านด้วยรถตู้เช่นเคย..
ขณะที่คนเก็บเงินค่ารถตู้ไล่คนขึ้นรถครบ และ
ปิดประตูรถพร้อมกับตะโกน "โอเค!! ปายยย"
คำๆนี้ก็ดังก้องเข้าไปในหูของผม...
"โอเค! โอเค!! OK!!!! โอเค นี่มันอะไรว้า~"
...
.....
เริ่มฟุ้งซ่านอีกแล้วตรู...
OK คำๆนี้ย่อมาจากคำอะไร?
ขณะที่อยู่บนรถตู้ ปกติผมจะนั่งหลับเพื่อเซฟ
พลังงาน แต่วันนี้นอนกลางวันเยอะเลยตาสว่าง
เรื่องฟุ้งซ่านจึงเข้ามาในหัวอีกครั้ง..
"โอเค โอเค.. OK หรือ okay.."
แน่นอนผมต้องคิดศัพท์ภาษาอังกฤษที่พอจะ
มีความหมายใกล้เคียงกับคำว่า ok บ้าง..
คำว่า ok หมายความว่า? เอ่อ.. ใช้ทับศัพท์
จนชินจนไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันจะหมายความว่าอะไร
แต่มันน่าจะแปลได้ว่า "ตกลง" หรือ "ได้เลย"
ถ้าภาษาวัยรุ่นหน่อยก็.. "อย่างไว!" "จัดห้าย!"
ยิ่งยากเข้าไปอีกครับ.. "ตกลง" นี่น่าจะเป็น
คำว่า "agree" ซึ่งก็ไม่ได้เกี่ยวกับ ตัว "o" รึ
ตัว "k" ด้วยซ้ำ หรือคำอื่นๆอย่าง "all right"
"accept" "sure" หรือ คำอุทาน "aha!!"
ก็ไม่ได้ใกล้เคียงกับ "ok"
เอาใหม่ครับเอาใหม่ คราวนี้ขอคิดจากตัวคำ
ว่า "ok" ดูบ้าง
ok = old key (กุญแจเก่าๆ??)
ok = on keep (ถือครองอยู่??)
ok = operation kill (ปฏิบัติการฆ่า!!!)
ok = offer kiss (เสนอจูบ! ฮ่าๆๆ)
ok = otaku king (ก้ากกก)
ok = oww krab (โอ้ววครับ!)
ยิ่งคิดยิ่งไปกันใหญ่ (เพ้อเจ้อจริงๆ) พอรู้ตัวก็
เดินทางถึงบ้านจนได้.. เอาล่ะๆอาบน้ำทานข้าว
เรียบร้อย ได้เวลาพึ่งพาแหล่งความรู้ของคนฟุ้ง
ซ่านอย่างผมเสียที.. เปิด Wikipedia..
ok = oll korrect
นั่นล่ะครับความหมายของมัน... งงเต๊ก!!!..
อะไรฟะ oll korrect ภาษาสวีเดนรึไงหว่าลอง
อ่านที่มาดู อ๋อ~
คำนี้มีที่มาจากชาวอเมริกันยุคแรกๆซึ่งอพยพ
มาจากอังกฤษ "OK" เป็นภาษาพูดที่นิยมใช้กัน
ย่อมาจากคำว่า oll korrect เขียนให้ถูกต้องคือ
คำว่า all correct นั่นเอง...
เราๆท่านๆ จะเห็นการใช้คำว่า "OK" จนชินตา
ในโปรแกรม microsoft window ที่ใช้ๆกันอยู่
จนมองข้ามและไม่เคยคิดจะหาความหมายมัน
...แล้วจะรู้ไปทำไมฟะ???
เมื่อนั่งรถตู้ กรุณาอย่า...อีกหนึ่งวันที่นั่งรถตู้กลับบ้าน..
อีกหนึ่งวันที่พบพฤติกรรมประหลาด..
อีกหนึ่งวันที่ขยันกลับมาพิมพ์ Blog ... อู้ไปหลายวัน...
ขอนะครับอย่าทำเล้ยย ตอนนั่งรถตู้เนี่ย...
พฤติกรรมที่ไม่ควรกระทำ เมื่ออยู่ในระบบ รถตู้โดยสาร
1. ผายลม หรือตดนั่นเอง
เริ่มด้วยพฤติกรรมยอดฮิตติดอันดับ ใครที่นั่งรถตู้เป็นประจำ
น่าจะเคยพบประสบเจอมาบ้าง ไม่มากก็น้อยทั้งแบบ มีกลิ่น
หรือไม่มีกลิ่น มีเสียงหรือไม่มีเสียง เข้าใจว่ามันเป็นเรื่องช่วย
ไม่ได้ครับ แต่ขอให้อั้นอย่างสุดความสามารถเพราะมันเป็น
การทำบาปต่อเพื่อนร่วมทางของท่าน รถตู้แต่ละคันมีระบบ
ระบายอากาศไม่เหมือนกันครับ บางทีมันจะตลบอบอวลอยู่
เกือบ 10 นาที ยิ่งเป็นช่วงเย็นถึงค่ำ บางท่านเก็บทุกข์ไว้ปลด
ปล่อยที่บ้าน อาจเผลอปล่อยท่าลับ "วายุเศียรอุจจารา" หรือ
"ตดหัวอี้" อย่างไม่ตั้งใจ ก่อทุกข์แก่เพื่อนร่วมทางได้..
2. รับประทานอาหาร
โดยมากรถตู้จะติดป้ายห้ามรับประทานอาหารอยู่แล้ว แต่ก็ยัง
มีท่านที่ฝ่าฝืนจนได้ ถ้าเป็นขนมถุงกรอบแกรบยังพอทนครับ
ถึงแม้มันจะมีเสียงน่ารำคาญบ้าง.. แต่ถ้าเป็นพวกหมูย่างไก่ย่าง
ก็เห็นใจเพื่อนร่วมทางของท่านบ้าง บางท่านอาจนับถืออิสลาม
และอาจถือศีลอดอยู่ ทำบาปทำกรรมต่อเพื่อนร่วมทาง ระวังรถ
เบรคกระทันหัน ไม้เสียบลูกชิ้นจิ้มคอจะพูดไม่ออก...
3. คุยโทรศัพท์เสียงดัง
เม้าแตกมือถือ สวีทกับแฟนนี่เรื่องธรรมดาครับพบบ่อยๆ คุย
เบาๆ ไม่มีใครว่าอยู่แล้ว แต่ถ้าจะทะเลาะกับแฟน วีนแตก ช่วย
วางหูไปเลยยิ่งดีครับ คนอื่นเค้าไม่อยากทะเลาะกับคุณอีกคน
4. นอนพิงอิงแอบคนข้างๆของท่าน
ถ้าเป็นสาวๆ เด็กๆ คนชรา คงไม่มีใครว่าครับ แต่ถ้าเป็นผู้ชาย
หนุ่มทั้งแท่งหรือไม่เต็มแท่ง กรุณาหลับพิงกระจก พิงประตูหรือ
ไม่หลับเลยยิ่งดีครับ บางคนแค่หลับไม่พอกรนดังอีกต่างหาก
ถ้ามาพิงผม ผมจะมีอาการกระตุกไหล่เรียกสติให้ครับ ถ้ายังไม่
หยุดอาจมีกระตุกหมัดแทน แต่ถ้าต่างฝ่ายต่างหลับก็เจ๊ากันไป
5. อ่านหนังสือหรือเล่นเกม
อันนี้ไม่แนะนำให้ทำครับ เพราะไม่ดีต่อสายตาอย่างมาก การ
จ้องหรือเพ่งอะไรในความมืด ถึงมีแม้จะมีไฟส่องจากเกม หรือ
รถตู้บางคันอาจเปิดไฟวิ่ง แต่ด้วยความสั่นขณะวิ่งก็ทำให้สายตา
เสื่อมได้ครับ นอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์จริงที่พบมาคือ มีน้องคน
หนึ่งนั่งอ่านนิยายเล่มโต (น่าจะเป็นแฮรี่ พอตเตอร์) อยู่ข้างผม
ขณะที่อ่านถึงตอนสนุกหรือยังไงไม่ทราบ น้องเขายกนิยายเล่ม
นั้นขึ้นมาระดับข้อศอกซึ่งเป็นจังหวะที่รถเบรคกระทันหันพอดี!!
อุ้ก~!! ผมเห็นลิ้นน้องแทบคับปาก นิยายกระแทกกับเบาะหน้า
และกระแทกเข้าลิ้นปี่น้องเค้าครับ... จุกครับจุก...
6. ทำไอเท็มหล่น...
ทำของหล่นขณะนั่งอยู่ครับ ที่ยอดฮิตคือ มือถือ กระเป๋าสตางต์
เศษสตางค์ ถ้าทำหล่นก็มุดหาดีๆ ถ้าท่านเป็นเพศชายก็พึงระวัง
ชายกระโปรงของสาวๆข้างท่านบ้าง มิเช่นนั้นจะถูกตราหน้าว่าเป็น
ไอ้ลามกได้ สำหรับมือถือหล่นนี่ เคยมีเหตุการณ์ที่ผมพบมา คือ
หญิงสาว (สวยรึเปล่าไม่รู้เพราะมืด) ที่นั่งเบาะกลางทำมือถือหล่น
และหายังไงก็ไม่เจอจนลุงที่นั่งเบาะซ้ายแกเสนอให้โทรเข้าเครื่อง
ดูเพื่อฟังเสียง (ผมซึ่งนั่งหลับอยู่เบาะขวาก็ตื่นขึ้นมาช่วงนี้) แต่โทร
ด้วยเครื่องลุงแกดันไม่มีสัญญาณ (ทรูมูฟ) ผมเลยให้ยืมเครื่องผม
โทรบ้าง ซึ่งก็โทรติดแต่กลับไม่ได้ยินเสียงเรียกของมือถือจากใน
รถตู้เลย ตัวหล่อนคาดว่าอาจจะเพราะปิดเสียงแต่เปิดสั่นไว้ ผมจึง
โทรซ้ำเผื่อว่าเสียงสั่นมันจะดังให้พอจับทางได้บ้าง แต่ปรากฎว่ามี
คนรับโทรศัพท์ที่ปลายสาย? เป็นเสียงชายหนุ่มน้ำเสียงไม่แฮปปี้
เท่าไหร่ แถมถามผมแบบโมโหๆด้วยว่าเป็นใคร งงสิครับ เลยยื่นหู
ให้เจ้าหล่อนคนนั้น เคลียร์กันไปกันมา ก็พอสรุปได้ว่าเจ๊แกลืมมือ
ถือไว้บนรถแฟน แล้วมีเบอร์ผมโทรเข้าดันทำให้แฟนแกคิดว่าเป็น
กิ้กโทรไปหา!?! แค่เรื่องทำของตกทำผมเกือบซวยเลยนะนี่???
7. แบกมหาสมบัติขึ้นรถ
นานๆพบทีครับ แบกกล่องใบโตๆ ถุงโตๆ หนังสือกองโตๆส่วนมาก
จะจ่าย 2 ที่นั่งเพื่อวางของแบบนี้ไม่ค่อยมีปัญหาครับ แต่บางครั้งก็มี
ของที่ไม่เยอะมากพอจะวางบนตักหรือบนพื้นได้ ก็แนะนำให้นั่งชิด
ในไปเลยครับ เพราะจะได้ไม่ขวางทางเข้าออกกับท่านอื่น แต่ขอให้
ระวังตอนรถเบรก เคยเห็นมาแล้วทั้งของแตก และเข้าลิ้นปี่.. จุก..
8. นั่งกางขา
สำหรับสุภาพสตรีจะเรียกว่านั่งหวอ-ออก ครับ ไม่งามครับไม่งาม
ถึงแม้จะไม่มีใครมานั่งตรงข้ามเพื่อดู ปี๊ป่อๆ ของท่านเหมือนบนรถ
ไฟฟ้า แต่ก็เป็นการสร้างความรำคาญให้กับคนข้างเคียงของท่านได้
ขอให้ทำหลังจากคนข้างๆท่านลงหมดแล้ว แต่สำหรับบางท่านต้อง
เห็นใจครับเพราะขายาว เข่าจะชนกับเบาะหน้าให้พยายามร่นเท้าไป
ด้านหลังและยืดตัวให้ตรงแทนการกางขาครับ (ทรมานครับ...)
9. มารยาทที่ดีเมื่อจะลงจากรถ
หลายๆท่านคิดว่าการกระซิบให้คนขับได้ยินป้ายที่จะลง เป็นสิ่งที่
ถูกต้องสมควรเพราะจะไม่เป็นการรบกวนคนอื่นๆที่หลับอยู่..แต่ผม
ไม่แนะนำให้กระทำหากท่านนั่งอยู่เบาะแถว 3 อันห่างไกล หรือนั่ง
อยู่เบาะท้าย เพราะคนขับอาจจะไม่ได้ยินจนทำให้ท่านต้องนั่งเลย
ป้าย..เกิดกระบวนการสังเคราะห์โมหะจนทำให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่
ที่เรียกว่า "ปิดประตูเสียงดัง" หรือ "ไม่ยอมปิดประตู" และจะเป็น
กระบวนการต่อเนื่องทำให้คนขับเกิดโมหะ ขึ้นเช่นกัน อาจมีคำด่า
หรือ "การขับรถเร็วแบบประมาท" เป็นปฏิกิริยาแทรกซ้อน ทำให้
เสียสุขภาพจิตของคนที่ยังอยู่บนรถได้ เพื่อความสงบสุขของมวล
มนุษยชาติ ขอให้บอกป้ายที่จะลงกับคนขับให้เสียงดัง ฟังชัดดีกว่า
นอกจากจะที่ช่วยให้ได้ลงถูกป้าย ยังเป็นการทำบุญให้กับเพื่อนร่วม
ทางของท่าน ไม่ต้องนั่งหลับเลยป้ายอีกด้วย...
10. พฤติกรรมประหลาด?
พฤติกรรมบนรถตู้อื่นๆ นอกจากข้อบนๆที่กล่าวมา เช่นนั่งๆอยู่แล้ว
ชักกระตุก! (ฝันร้ายมั้ง) เกาหัวจนรังแคฟุ้ง นอนกรน นอนละเมอ
นำพากลิ่นประหลาดขึ้นสู้รถ (กลิ่นตัว กลิ่นเหงื่อ กลิ่นน้ำหอม กลิ่น
อึสุนัข ฯลฯ) หรือที่ผมพึ่งจะพบในวันนี้ "นั่งบ่นคนเดียว" ผมสังเกต
แล้วว่าน้องเค้าไม่ได้ใส่สมอลทอร์ค หรือ บลูทูธ ใดๆทั้งสิ้น แต่น้อง
แกกลับนั่งบ่นงึมงำอยู่ตลอดแถมมีท่องสูตร (คาดว่าคงเตรียมสอบ)
พฤติกรรมเหล่านี้อาจสร้างความกลัว หรือความรำคาญให้กับคนอื่นๆ
ถ้าเป็นไปได้ขอให้ระงับไว้จะดีที่สุดครับ...
November 25 นิยามของ โอตาคุ"โอตาคุ 2 คนกำลังคุยกัน... อิอิ.."
ขณะที่กำลังเสวนาเรื่อง Gundam กับพี่คนหนึ่งอยู่...
ประโยคข้างบนก็หลุดมาเข้าหู...
มองไปทางคนที่พูดออกมา.. แหม่เอ็งก็ไม่ค่อยโอตาคุเลยนะ
แต่จะว่าไป.. โอตาคุ นี่จริงๆมันคืออะไรหว่า...???
โอตาคุ คืออะไร?
เท่าที่ไปค้นๆมา จากที่ต่างๆ ที่อ่านแล้วดูมีความหมายและมี
เหตุผลพอจะเชื่อถือได้บ้าง คงเป็นอันนี้..
"โอตาคุ คำนี้เป็นคำเป็นคำที่ใช้เรียกคนประเภทหนึ่งที่มีอยู่ใน
ญี่ปุ่นปริมาณมากกว่าที่อื่นทั่วไป"
(อืม...ก็คงใช่เนาะ)
"เป็นบุคคล(ผู้ชาย) ที่คลั่งไคล้ในของบางอย่างเข้าขั้นระดับ
แฟนพันธ์แท้ เช่น เกมส์, การ์ตูน, หุ่นยนต์จำลอง, ดารา
ไอดอลสาว, เครื่องใช้ไฟฟ้า ฯลฯ สะสมสิ่งของต่างๆ ที่เกี่ยว
ข้องจนรอบรู้กับเรื่องเหล่านี้"
(เครื่องใช้ไฟฟ้า? โอตาคุตู้เย็นงั้นเหรอ??)
"แต่ก็เป็นคำที่ถูกให้ความหมายแง่ลบว่า เป็นผู้ที่ไม่ทำอะไร
อย่างอื่น ล้มเหลวต่อการใช้ชีวิต การทำงาน เพราะมีบุคลิกที่
แตกต่าง ไม่เข้ากับคนทั่วไปในสังคม"
(อาจจะไม่ใช่ทุกคนล่ะนะ แต่พวกที่หัวแข็ง ไม่ยอมรับฟังผู้อื่น
เอาแต่จะอยู่ในโลกส่วนตัว มีทัศนคติแคบ คนพวกนี้ ไม่ว่าจะ
เป็นโอตาคุรึไม่ ก็เป็นพวกเข้าสังคมยากอยู่แล้ว...)
"ต้นกำเนิดของคำนี้มาจากคำที่ภาษาญี่ปุ่นใช้ในการเรียกแขก
ของบ้าน แบบสรรพนามบุรุษที่สอง ซึ่งต่อมาถูกนำมาใช้เป็น
สแลงในยุค 80s เมื่อ อากิโอะ นากาโมริ นักเขียนชาวญี่ปุ่น
ใช้คำนี้ในรวมเรื่องขำขันและความเรียง (An Investigation
of Otaku) ซึ่งตีแผ่ชีวิตและความเป็นอยู่ที่ผิดปรกติของ
คนกลุ่มนี้ จนถูกใช้อย่างแพร่หลายในปี 1989"
(ไว้เดี๋ยวแยกหัวข้อชีวิตความเป็นอยู่ของโอตาคุ ไปอีกที่..)
"ปัจจุบันคำนี้ได้พัฒนาเพื่อแยกประเภทโอตาคุแต่ละประเภท
เช่น โอตาคุหนังสือการ์ตูน(manga otaku), โอตาคุเกมส์
(gamu otaku) ฯลฯ"
(อีกไม่นานคงมี โอตาคุDotA เพราะเวลาไปเที่ยวไหนมักจะ
ชอบจับกลุ่มคุยกันจริง ริกกิยังงั้น.. โบนยังงี้.. เดี๋ยวก็นู้บ..
เดี๋ยวก็ตุ๋ย.. กรุไม่ได้เล่นเฟ้ยย ไปคุยกันไกลๆป๊ายย..)
"โดยถ้าเป็นความคลั่งไคล้ระดับที่ไม่ได้ร้ายแรงคำว่า Otaku
จะถูกใช้เป็นคำว่า Mania แทนที่ ในขณะที่มีคำว่า โอโตเมะ
(Otome) ใช้แทน โอตาคุผู้หญิง"
(โอโตเมะ.. มีคำแทนผู้หญิงด้วย พึ่งจะรู้แฮะ...)
เท่าที่อ่านๆดู สรุปได้ว่า ความหมายจริงๆของคำว่า โอตาคุ
ก็คือคนที่มีความบ้าคลั่งไคล้ อะไรซักอย่าง ถึงขั้นรู้ลึกรู้มาก
และมักจะถูกใช้ในแง่ลบมากกว่า...
ปัญหาของโอตาคุในสังคม คืออะไร? เรื่องความชอบหรือ
งานอดิเรก คงไม่มีใครจะมากำหนดหรือชี้ชัดให้คุณได้ว่าสิ่ง
ไหนควรชอบหริอไม่ควรชอบ แต่มันเป็นปัญหาในการแสดง
ออกต่อสังคมมากกว่า.. ยกตัวอย่างง่ายๆ ถ้าในสังคมที่คุณ
อยู่ คนส่วนใหญ่จะต้องเคยดูหนังเรื่อง fff เมื่อมีการสนทนา
หรือพบปะกัน ทุกคนจะพูดคุยกันถึงเรื่องนี้ แต่อาจจะมีเพียง
คุณกับเพื่อนของคุณ แค่ 2 คนที่ไม่ชอบดูหนังเรื่อง fff แต่
ชอบที่จะเลี้ยงปลาทองมากกว่า คุณกับเพื่อนก็จะคุยกันเพียง
เรื่องปลาทอง ปลาท๊อง ปลาทอง.. จนคนรอบข้างอาจจะมอง
คุณ 2 คนว่าเป็นพวกประหลาดที่เอาแต่เลี้ยงปลาทอง และ
อาจจะบัญญัติคำใดๆที่จะมาเรียกคุณ 2 คนหรือคนอื่นๆ ที่
ชอบเลี้ยงปลาทองด้วยกัน.. ซึ่งในที่นี้ คำว่า โอตาคุจึงถูกนำ
มาใช้เรียกแทนกลุ่มคนที่ผิดแผกจากคนทั่วไปในสังคม..
คุณอาจจะมองผ่านไป ไม่สนใจว่าคนอื่นจะมองคุณอย่างไร
ฉันไม่ได้ทำผิดไม่ทำให้ใครเดือดร้อน ฉันจะเลี้ยงปลาทอง
จะคุยแต่เรื่องปลาทองใครจะว่าอะไรก็ช่างเขา... วิธีการคิด
แบบนี้ในความเป็นจริง มันไม่ได้จบง่ายๆอย่างที่คิด
เพื่อนในสังคมของคุณอาจจะมองว่า พวกเลี้ยงปลาทอง มัน
หัวแข็ง คบยาก และต่อต้านสังคม ซึ่งหากวันใดวันหนึ่งมีคน
ชอบเลี้ยงปลาทองไปก่อคดีปล้นฆ่าข่มขืน ภาพพจน์ของคุณ
ก็จะยิ่งเลวลงไป..
คุณยังต้องใช้ชิวิตอยู่บนโลกนี้ โลกใบกลมๆ ที่มีเพื่อนที่ชอบ
เลี้ยงปลาทองเหมือนๆกัน มีเพื่อนที่ชอบดูหนัง fff มีผู้คนใน
สังคมอีกมากมายหลายร้อยรูปแบบ... เพียงแค่คุณมองโลก
ให้กว้างขึ้น ปรับทัศนคติออกไป อาจจะไม่ต้องดูหนัง fff เพื่อ
มาสนทนากับเพื่อน แต่ไปดูหนัง jjj หรือ ไปทำกิจกรรมอื่นๆ
ไม่ใช่ยึดติดแต่เพียงการเลี้ยงปลาทองไปวันๆ.. คุณก็จะอยู่ใน
สังคมร่วมกับคนอื่นๆได้อย่างมีความสุขไม่ว่าคุณจะถูกเรียกว่า
โอตาคุ หรือ โอโตเมะ หรือ อะไรๆก็ตาม...
November 24 Grandia III อีกหนึ่งตำนานเกมที่น่าประทับใจ...ช่วงนี้กำลังเห่อ เขียนเรื่องอะไรดีหนอ..
ขอบ่นเรื่องเกมที่พึ่งจบไปเมื่อไม่นานมานี้ก่อนดีกว่า...
Grandia III หรือ แกรนเดีย 3
แกรนเดีย 3 เป็นภาคต่อของเกม RPG (Role Playing Game) ชื่อดัง แกรนเดีย นั่นเอง
ซึ่ง 2 ภาคก่อนหน้านี้ก็ได้รับความนิยมสูงพอสมควร สำหรับภาคนี้ออกมาครั้งแรกบน
แพล็ตฟอร์ม PS2 (Play Station 2) เป็นภาคภาษาญี่ปุ่น และมีภาคภาษาอังกฤษออก
ตามมาในระยะเวลาไม่นานนัก
ก่อนอื่นต้องออกตัวก่อนว่าไม่ใช่แฟนของเกมตระกูลนี้ ไม่เคยเล่นมาก่อนซักกะภาค
แต่ก็เล็งๆว่าจะเล่นมานานเหมือนกัน แถมมีแรงยุจากแฟนเกมนี้ (หุๆ จบก่อนคนยุด้วย)
กว่าจะเล่นจบก็ใช้เวลานานเกือบ 2 สัปดาห์ (ปกติเล่นเกมนานอยู่แล้ว) โดยรวมก็ถือว่า
ประทับใจดีทีเดียว
จุดเด่น จุดขาย ระบบที่เป็นเอกลักษณ์ของเกม
สำหรับผมเอง ความประทับใจแรกสุดหลังเปิดเกมขึ้นมาเลยก็คือ opening theme
ซึ่งฟังเพราะรื่นหูดี (ผมไม่ใช่พวกหูทองนะ บางคนอาจไม่เห็นด้วย) ซึ่งเป็นของศิลปิน
วงไหนนั้น ก็ไม่ได้ไปหามาเหมือนกัน (ตอนฉากจบก็ขึ้นบอก แต่จำบ่ได้) ซึ่งถ้าเป็น
ภาคภาษาญี่ปุ่น เนื้อร้องจะเป็นภาษาญี่ปุ่น แต่ภาคที่ผมเล่นเป็นภาคภาษาอังกฤษ
เนื้อร้องจึงเป็นภาษาอังกฤษ แต่ตรงท่อนฮุครู้สึกจะเนื้อร้องเหมือนกัน ความหมายของ
เพลงดูเหมือนจะสอดคล้องกับเนื้อเรื่องดี (การบินบนฟากฟ้า)
ระบบต่อสู้เป็นอีกจุดเด่นของเกมตระกูลนี้ การต่อสู้ไม่ใช่การใส่คำสั่งเป็นเทิร์นๆ แล้ว
ดูตัวละครออกมาฟันฉับๆใส่ศัตรู หรือ รอเกจเวลาเพื่อใส่คำสั่งแล้วดูตัวละครมาร่ายเวท
ระบบการต่อสู้ของเกมนี้ จะมีเกจเวลาของทุกตัวละครไม่เว้นแม้แต่ศัตรู เพื่อแสดงให้
เห็นว่าใครจะสามารถตัดสินใจใส่คำสั่งได้ก่อน และมีการโจมตีแบบ Critical ที่ทำให้
เกจเวลาของผู้ที่ถูกโจมตีกระเด็นกลับไปจนไม่สามารถใส่คำสั่งได้ ต้องรอจนกว่าเกจ
เวลาจะวิ่งกลับมา และในบางครั้งการโจมตีแบบ Critical ยังทำให้ศัตรูกระเด็นลอยขึ้น
ไปกลางอากาศ ช่วยให้ตัวละครในกลุ่มของเราเข้าโจมตีต่อเนื่อง Aerial Combo กลาง
อากาศได้อีกด้วย
ตำแหน่งของการยืนของตัวละครในฉากต่อสู้ ยังมีผลต่อท่าโจมตีพิเศษบางท่า ที่โจมตี ศัตรูเป็นขอบเขตพื้นที่ หากยืนในตำแหน่งที่เหมาะสมจะสามารถโจมตีศัตรูจำนวนมาก
ในครั้งเดียว การตัดต่อ มุมกล้อง ความรวดเร็ว แอ็คชั่นต่างๆ ในฉากต่อสู้ของเกมนี้ทำได้
เหมาะสมลงตัว ทำให้ผู้เล่นแทบไม่รู้สึกเบื่อแม้จะต้องต่อสู้กับศัตรูหลายครั้งก็ตาม
อีกระบบที่ค่อนข้างเป็นเอกลักษณ์สำคัญของแกรนเดีย ก็คือ การถ่ายทอดเรื่องราว หรือการคุยหาข่าวสารนั่นเอง สำหรับใครที่เล่นเกมตระกูลนี้แบบรีบเล่นผ่านเรื่องให้จบ
นับว่าน่าเสียดายที่ไม่ได้สัมผัสรายละเอียดลึกๆที่ผู้สร้างเกมนี้จงใจถ่ายทอดออกมา
การพูดคุยหาข่าวสารกับชาวบ้านหรือตัวละครต่างๆ ในเกมนี้ นอกจากจะได้รับข่าวสาร แล้ว สิ่งที่ผู้สร้างเกมพยายามจะสื่อออกมาก็คือ ชีวิต และเหตุการณ์รอบข้าง ผู้คนต่างๆ
ในเกม ซึ่งดำเนินไปพร้อมๆกับการผจญภัยของพวกตัวเอก ตัวประกอบต่างๆในเกมนี้จะ
ถูกสร้างขึ้นให้เหมือนกับมีชีวิตอยู่จริงๆ บางคนจะมีนิสัยเฉพาะตัว มีคำพูดติดปาก มีความ
เกี่ยวโยงกัน มีการดำเนินเหตุการณ์แวดล้อมเปลี่ยนไปตามระยะเวลา ที่ตัวเอกเดินทาง
ตัวเอกและเพื่อนร่วมเดินทางก็ถูกแสดงให้เห็นว่ามีการเรียนรู้ มีพัฒนาการ ตัวละครแต่ละ
ตัวเติบโตขึ้น ในขณะที่เกมดำเนินไปเรื่อยๆ ผู้เล่นจะได้เรียนรู้ถึงนิสัยใจคอ ความนึกคิด
ความสัมพันธ์ ของตัวละครเอก แต่ละตัวผ่านทางบทสนทนาที่มีชีวิตชีวาจำนวนมากมาย
เนื้อเรื่อง เนื้อหา ตัวเอกของเรื่องเป็นหนุ่มน้อยชื่อ ยูกิ (Yuki) มีความฝันจะเป็นนักบินออกบินรอบโลก
และมีฮีโร่ในดวงใจเป็นนักบินระดับตำนาน นี่ก็เป็นเอกลักษณ์ของเกมตระกูลนี้ที่ตัวเอก
จะต้องใส่แว่นตากันลม (แบบนักบินสมัยก่อนใส่กัน) ไว้เหนือหน้าผากทุกภาค (เท่มั้ง?)
นางเอกเป็นสาวน้อยชื่อ Alfina มีชะตากรรมเป็น ผู้สื่อสารกับเทพพิทักษ์ (Guardian)
และมี พี่ชายร่วมสายเลือดที่มีชะตากรรมเดียวกัน เอาแค่นี้ไว้ว่างๆจะมา Spoil ให้อ่าน...
Comment ส่วนตัว
หุๆ ได้เวลาบ่นๆๆ เกมนี้สนุกและประทับใจมาก แต่มีจุดที่ไม่ชอบมากๆอยู่ 1 - 2 อย่าง
ที่เกลียดมากๆเลยคือ.. นางเอก Alfina ทั้งจิตใจร่างกายอ่อนแอ จนจบเกมก็ยังอ่อนแอ
เป็นลมไปก็หลายรอบ เป็นตัวละครที่พื้นฐานทางจิตใจและอารมณ์ไม่เติบโตขึ้นเลย...
แถมใจง่ายยังไงชอบกล รู้จักยูกิแปปๆไม่นานก็ชอบกันซะแล้ว... เฮ้อ~
จุดที่ขัดตาอีกอย่างหนึ่งคือท่าสุดเท่ ที่ตัวละครทุกตัวจะใช้บ่อยๆในเนื้อเรื่อง โดยเฉพาะ
ตัวเอกใช้ตั้งกะต้นจนจบเรื่อง นั่นคือท่า "ยกนิ้วโป้งมาข้างหน้าแล้วยิ้มอย่างเท่ !!!"
อ่า.. มันก็... คงดูเท่มั้ง? แต่ผมว่ามันแปลกๆ บางจังหวะมันดูตลกด้วย ผู้สร้างเกมคงชอบ
หรือมันเป็นเอกลักษณ์ของเกมตระกูลนี้รึเปล่าหนอ แฟนๆเกมนี้ช่วยบอกที...
|
||||
|
|